Category Archives: มั่นใจทั่วไทย รถใช้จีพีเอส

Logo_Boonrod_Green-300x139

ดีซีเอจีพีเอส รุ่น บุญรอด สำหรับต่อทะเบียนตามพรบ. GPS ติดตามรถ รับรองมาตรฐานกรมการขนส่งทางบก

ส.ค. 31, 16
gpsadmin
No Comments

ดีซีเอจีพีเอส รุ่น บุญรอด สำหรับต่อทะเบียนตามพรบ.

GPS ติดตามรถ รับรองมาตรฐานกรมการขนส่งทางบก

no#

จุดเด่นของสินค้า :
  • GPS ติดตามรถ รับรองมาตรฐานกรมการขนส่งทางบก
  • ราคาถูกและสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับคุณภาพ (เราผลิตสินค้าจีพีเอสในใต้หวัน ที่มีคุณภาพดีเป็นอันดับ 2 ของโลก)
  • มีบริการหลังการขาย (Customer Service) โทร 02-106-5311 (จันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.30 น. – 17.30 น.)
  • มีทีมช่างเป็นของตนเอง บริการทั่วประเทศ 40 ทีม
  • มีศูนย์จัดจำหน่ายจีพีเอสครอบคลุ่มทั่วทั้งประเทศ
  • มีศูนย์ติดตั้งจีพีเอสทั่วประเทศ และครอบคลุมพื้นที่ที่มีขนส่งจังหวัด
  • มีการทำการตลาดอยู่ตลอดเวลา และมีการชิงโชคลุ้นรางวัลตลอดทุกๆ 6 เดือน และทุกๆสิ้นปี
  • รับประกันเครื่องจีพีเอส 1 ปี
  • รับประกันว่าติดจีพีเอสบุญรอด ต่อ พรบ.ได้อย่างแน่นอน
หมายเหตุ :
ราคาดังกล่าวรวม ฟรี! ค่าบริการติดตั้ง เรียบร้อยแล้ว
ราคาดังกล่าวแถม ฟรี! ค่าบริการรายเดือน  (Air Time) จำนวน 12 เดือน
2016-01-27_10-12-05

กรมการขนส่งทางบกเดินหน้าโครงการ “มั่นใจทั่วไทย รถใช้ GPS”

ส.ค. 31, 16
gpsadmin
No Comments

กรมการขนส่งทางบกเดินหน้าโครงการ “มั่นใจทั่วไทย รถใช้ GPS”

1464742902454

1464742905156

กรมการขนส่งทางบก เผยความคืบหน้าโครงการ “มั่นใจทั่วไทย รถใช้ GPS” รถใหม่ติดตั้งGPS เข้าระบบแล้วจำนวน 5,217 คัน ยืนยัน! ระบบพร้อมรองรับข้อมูลจากรถทั่วประเทศเดินหน้าจัดทำแอพพลิเคชั่นสำหรับติดตามรถทุกคันแบบเรียลไทม์ เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการขนส่งของผู้ประกอบการ ควบคู่กับกรมการขนส่งทางบก

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ “มั่นใจทั่วไทย รถใช้ GPS”ซึ่งกำหนดให้รถโดยสารสาธารณะทุกคัน และรถบรรทุกขนาดใหญ่ 10 ล้อขึ้นไป (ยกเว้นรถสองแถว และรถโดยสารหมวด 4 ที่วิ่งภายในจังหวัดในส่วนภูมิภาค) ต้องดำเนินการติดตั้งเทคโนโลยี GPS หรือเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทาง ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2559 จนถึงปัจจุบัน (4 มีนาคม 2559) มีรถโดยสารและรถบรรทุกใหม่ติดตั้ง GPS และเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ศูนย์บริหารจัดการเดินรถของกรมการขนส่งทางบกแล้ว จำนวน 5,217 คัน ในส่วนของรถเก่าที่ได้มีการติดตั้ง GPS ไว้ก่อนหน้านี้ ที่ปรากฏข้อมูลอยู่ในระบบติดตามของศูนย์ฯ เรียบร้อยแล้ว มีจำนวนทั้งสิ้น 28,397 คัน เป็นรถโดยสารประจำทาง 1,125 คัน รถโดยสารไม่ประจำทาง 2,101 คัน รถบรรทุกไม่ประจำทาง 14,914 คัน รถบรรทุกส่วนบุคคล 10,257 คัน โดยข้อมูลของรถโดยสารและรถบรรทุกติด GPS ทั่วประเทศ จะเชื่อมโยงเข้าสู่ฐานข้อมูลของศูนย์บริหารจัดการเดินรถ ที่กรมฯ พัฒนาขึ้นรองรับ ซึ่งจะทำให้สามารถนำข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการจัดทำแอพพลิเคชั่นที่สามารถติดตามผลจากเครื่องบันทึกข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งจะเปิดให้ผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการสามารถเข้าดูข้อมูลรถในสังกัดตนเองได้ผ่านทางแอพฯ จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการขนส่งของผู้ประกอบการ และเป็นเครื่องมือให้กรมการขนส่งทางบกสามารถติดตามกำกับรถในระบบ และนำข้อมูลมาพิจารณาแนวทางการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน สำหรับแอพพลิเคชั่นดังกล่าวจะแสดงผล  การใช้ความเร็ว พร้อมระบบรายงานการใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด แสดงผลจำนวนชั่วโมงการทำงานของพนักงานขับรถ การใช้ใบขับขี่ผิดประเภท ระบบรายงานการกระทำความผิด รวมทั้งยังสามารถแสดงผลการเคลื่อนที่ของรถที่มีข้อมูลอยู่ในศูนย์ฯ ได้ทันทีแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการได้รับทราบต่อไป

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ ขอให้ผู้ประกอบการและเจ้าของรถเร่งทยอยนำรถเก่าที่ติดตั้ง GPS ไว้ก่อนแล้ว เข้ารับการตรวจสอบการเชื่อมโยงให้แล้วเสร็จภายในรอบปีภาษี 2559 มิฉะนั้นจะไม่สามารถดำเนินการต่อทะเบียนได้ ในส่วนของรถโดยสารสาธารณะที่ยังไม่ได้ติดตั้ง GPS กรมฯ ให้ระยะเวลาดำเนินการดังนี้ รถโดยสารสองชั้นต้องติดตั้งภายในรอบปีภาษี 2559 ส่วนรถโดยสารสาธารณะประเภทอื่นๆ จะต้องดำเนินการติดตั้งให้ครบถ้วนภายในรอบปีภาษี 2560 สำหรับรถลากจูงกำหนดติดตั้งภายในรอบปีภาษี 2560 รถบรรทุกสาธารณะภายในรอบปีภาษี 2561 และรถบรรทุกส่วนบุคคลให้ระยะเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในรอบปีภาษี 2562 ปัจจุบัน

โดยคนขับที่จะขับรถสาธารณะนั้น ต้องรูดบัตรประจำตัวคนขับทุกครั้ง ก่อนออกรถ และเมื่อขับถึงที่หมายก็รูดอีกครั้ง ข้อมูลนี้จะช่วยบอกชั่วโมงการขับขี่ของคนขับ ว่าขับเกินเวลาหรือไม่ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดก็จะถูกส่งเข้ามายังศูนย์กลาง และมีเจ้าหน้าที่คอยติดตามความเคลื่อนไหวของรถในระบบตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดการกระทำผิดเช่นขับเร็วเกินกำหนด หรือ ขับรถเกินชั่วโมงทำงาน ระบบก็จะมีแจ้งเตือนขึ้นมาให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที

ทั้งหมดนี้คือประโยชน์ของ GPS ที่ทำให้ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบ รถบรรทุก รถโดยสารของบริษัทตัวเองได้ และยังเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร ประชาชนทั่วไป ก็ได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูล GPS นี้ด้วย

ที่มา : บทความโครงการ “มั่นใจทั่วไทย รถใช้ GPS” กรมการขนส่งทางบก